LAIS ศูนย์วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ ซัมเมอร์แคมป์ อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา เยอรมัน ทุกระดับชั้นเรียน

     ศูนย์วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ The Lion Academy of International Studies ตัวแทนประประเทศไทยคำปรึกษากับนักเรียนและผู้ปกครองที่สนใจส่งบุตรไปเรียนต่อต่างประเทศในระดับปริญญาตรี ปรึกษาฟรีได้ที่ทีมเดอะไลอ้อน ข้อมูลที่ทีมงานเดอะไลอ้อนจัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลภาพรวมกว้าง ๆ การสอบเข้าในบางคณะหรือในบางมหาวิทยาลัยอาจจะมีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติมนอกเหนือจากข้อมูลข้างล่างนี้เช่นกัน

เรียนต่อปริญญาตรีอังกฤษ Bachelor Degree in the UK

     ด้วยความที่โปรแกรมระดับปริญญาตรีในประเทศอังกฤษโดยทั่วไปใช้เวลาเพียง 3 ปี ในการเรียน ดังนั้นนักเรียนไทยที่จบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 การเข้าไปเรียนในระดับปริญญาตรี วุฒิการศึกษามัธยมที่ 6 อาจจะยังไม่เพียงพอในการรับเข้าตรงในระดับปริญญาตรี เนื่องจากระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของอังกฤษเค้าเรียนมากกว่าเราหนึ่งปี ง่าย  ๆคือ เราเรียนระดับประถมถึงมัธยมศึกษาทั้งหมด 12 ปี (ป.1- ม.6) แต่ที่ประเทศอังกฤษเรียนมา 13 ปี ดังนั้นวุฒิการศึกษาของ ม.6 เราจึงยังไม่เทียบเท่าระบบเค้านั้นเอง นักเรียนไทยที่สนใจเรียนต่ออังกฤษระดับปริญญาตรีจึงจำเป็นต้องเข้าหลักสูตรที่เรียกว่าฟาวเดชั่นก่อนประมาณหนึ่งปีนั้นเอง

FOUNDATION PROGRAMME

     สำหรับนักเรียนไทยที่จบการศึกษาระดับมัธยม 5-6 และไม่ได้สอบวัดระดับ A level ซึ่งเป็นผลการสอบที่มีไว้ให้สถานศึกษาหรือมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศอังกฤษใช้พิจารณารับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีสาขาต่างๆ  นักเรียนควรพิจารณาเข้าเรียน Foundation Programme  ทั้งนี้ สถาบันหลายแห่งของประเทศอังกฤษได้เปิดหลักสูตรดังกล่าวในหลายสาขา จุดประสงค์เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนที่จะต้องเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในประเทศอังกฤษ

Foundation Programme เหมาะกับนักเรียนที่

  • ต้องการเรียนต่อระดับปริญญาตรีประเทศอังกฤษ แต่ไม่มีผลคะแนน A Level
  • เรียนมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 แล้วที่เมืองไทย แต่มีความประสงค์จะเปลี่ยนสาขา และเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ
  •  ระยะเวลาในการเรียน ก็มีตั้งแต่ 6 เดือนแบบ Fast Track หรือ 9 เดือน

ระบบการเรียนฟาวเดชั่นโปรแกรม ทีมเดอะไลอ้อนจะแบ่งให้เป็นสองลักษณะใหญ่ ๆ คือ 

  1. เรียนโปรแกรมฟาวเดชั่นกับมหาวิทยาลัยนั้น ๆ โดยตรง เช่น สมมุติอยากเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย A ในระดับปริญญาตรี ถ้าหากมหาวิทยาลัยนั้นมีหลักสูตรฟาวเดชั่นของเค้าเอง เมื่อจบฟาวเดชั่น Foundation programme กับมหาวิทยาลัย A หากคะแนนผ่านตามเกณฑ์ มหาวิทยาลัย A ก็จะการันตีที่นั่งให้เข้าไปเรียนในระดับปริญญาตรีต่อไป
  2. หรือหากว่าบางมหาวิทยาลัยมี Provider แยกออกมาที่ให้ทำหลักสูตรให้ นักเรียนก็จะมาเรียนหลักสูตรฟาวเดชั่นกับ Provider ของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ที่ทำร่วมกันก่อน หลังจากเรียนจบผ่านตามเกณฑ์ก็การันตีที่เพื่อเข้าไปเรียนในระดับปริญญาตรีนั้นที่นั้น ๆ ต่อไป หรือข้อดีอีกอย่างใน Provider นั้นอาจจะมีสมาชิกมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ร่วมอยู่ด้วย ก็สามารถจะเลือกไปในมหาวิทยาลัยที่อยู่ในเครือได้เช่นกัน

ขั้นตอนการรับสมัคร

  1. นักเรียนจำเป็นต้องส่งผลการเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายคือ ม.5 หรือ ม.6 คะแนนเกรดเฉลี่ยในระดับมัธยม 5 อาจจะขอเกรดเฉลี่ยที่สูงกว่า คือ สมมุตว่านักเรียนจบ ม.5 มา เกรดเฉลี่ยเกณฑ์ในการรับเข้าหากเทียบกับวุฒิ ม.6 มหาวิทยาลัยอาจจะขอเกรดมัธยม 5 ที่สูงกว่า มัธยม 6 นั้นเอง
  2. ส่งผลสอบ IELTS for UKVI คะแนนไอเอลจะเป็นตัวชี้วัดจำนวนเทอมของฟาวเดชั่นที่ต้องเรียนด้วยเช่นกัน เช่นมหาวิทยาลัยต้องการ 5.5 แต่หากนักเรียนทำได้ต่ำกว่านั้นแทนที่จะเรียนประมาณ 2 เทอม นักเรียนที่ผลคะแนนไอเอลต่ำอาจจำเป็นต้องเรียน 3 -4 เทอม เป็นต้น อาจจะใช้เวลามากกว่านั้นเอง

เรียนต่อปริญญาตรีอเมริกา Bachelor Degree in the US

     เปรียบเทียบในประเทศหลักๆ ในการเรียนต่อ สหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุด มหาวิทยาลัยมีมากกว่า 4000 กว่ามหาวิทยาลัย และแน่นอนกฎการรับสมัครของแต่ละที่มีความแต่งต่างกัน ซึ่งก็ต้องมาเลือกดูกันอย่างละเอียดอีกทีว่าแต่ละที่มีความต้องการอะไรอย่างไร แต่ในที่นี้เดอะไลอ้อนจะอธิบายภาพรวม ๆ กว้าง ให้มองลักษณะที่คล้าย ๆ กันในระบบแอดมิชชั่น (Admission) ของในสหรัฐอเมริกา จะมีความคล้าย ๆอยู่บ้างในอังกฤษ คือ สมัครตรงเข้ามหาวิทยาลัยนั้น Direct Entry  หรือ หากคะแนนไม่ว่าจะเป็นเกรดเฉลี่ย หรือ ระดับภาษาไอเอล ไม่ถึง ก็จะมีตัวเลือกคือ International Pathways สมัครผ่าน Provider ที่มหาวิทยาลัยนั้นทำหลักสูตรร่วมกัน

 

     การสมัครตรงเข้ามหาวิทยาลัยนั้น แน่นอนการรับสมัครเงื่อนไขจะมีความเข้มข้น นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเกรดเฉลี่ย คุณสมบัติ และระดับภาษาที่ต้องผ่านเกณฑ์ตามกำหนดเท่านั้น แต่ถ้าในมหาวิทยาลัยนั้นมีระบบ International Pathways ข้อดีคือ แน่นอน คุณสมบัติเกณฑ์การรับเข้าจะต่ำกว่าสมัครตรง โอกาสในการสอบเข้าจะมีมากขึ้น ได้เตรียมความพร้อมก่อน แต่ข้อเสียก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เข้าใจได้คือ จ่ายมากกว่านั้นเอง ซึ่งอันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น  ข้อแนะนำพิเศษเรียนต่ออเมริกา เดอะไลอ้อนแนะนำว่านักเรียนควรเตรียมวางแผนเรียนต่อในอเมริกา ควรวางแผนล่วงหน้าดี ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายที่ จำเป็นต้องมีการขอเอกสาร เช่น Transcript ต้องส่งตัวจริงไปที่มหาวิทยาลัย และตรวจสอบ หรือประเมิณผลเทียบเกรดให้ตรงตามระบบอเมริกา

 

     ในบางมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา องค์กรที่ได้ตรวจสอบคือ World Education Services (WES), Credential Evaluation Services (CES) เป็นต้น

ขั้นตอนการรับสมัคร

  1. ผลสอบทางภาษา IELTS หรือ TOEFL ตามแต่ละที่กำหนด
  2. Official Transcript ระดับมัธยมเป็นภาษาอังฤษ
  3. Recommendation letters 2 ฉบับ จากอาจารย์
  4. พาสปอร์ต
  5. Personal Statement
  6. Bank Statement ที่อเมริกาจำเป็นขอดูหลักฐานการเงินในระหว่างขั้นตอนการสมัครด้วยเช่นกัน
  7. Resume/ CV
  8. SAT or ACT score (สำหรับบางมหาวิทยาลัยที่ต้องการ)

เรียนต่อปริญญาตรีนิวซีแลนด์ Bachelor Degree in New Zealand (Level 7)

ในระดับปริญญาตรีที่นิวซีแลนด์ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็จะสามารถรับนักเรียนที่เรียนจบหลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่ 6 และสามารถตอบรับเข้าไปเรียนได้ในระดับปริญญาตรีได้ วุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายก็สามารถยื่นเข้าระดับปริญญาตรีตรงได้เช่นกัน หลักสูตรในระดับปริญญาตรีที่นิวซีแลนด์ก็จะเรียนทั้งหมด 3 ปี 360 เครดิต โดยประมาณ


ขั้นตอนการรับสมัคร

  1. นักเรียนจำเป็นต้องส่งผลการเรียนมัธยมศึกษาที่ 6 หรือเทียบเท่า
  2. ส่งผลสอบ IELTS ตามแต่ละคณะซึ่งส่วนใหญ่ระดับนี้ก็จะอยู่ระหว่าง IELTS 6.0
  3. เขียน Statement of Purpose (SOP) ประมาณ 300-500 คำ

เรียนต่อปริญญาตรีออสเตรเลีย Bachelor Degree in Australia

     ในระดับปริญญาตรีออสเตรเลียอาจจะมีความแตกต่างบ้าง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของมหาวิทยาลัยนั้น แต่โดยภาพรวมหากนักเรียนที่จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย เช่น มัธยม 6 หรือเทียบเท่า เรียนหลักสูตรปริญญาตรี ประมาณ 3 ปี- 3 ปี กว่า ๆ โดยมากในออสเตรเลียจะแยกให้นักเรียนได้เรียน Diploma เตรียมตัวก่อนเข้าสู่ระดับปริญญาตรี หากมหาวิทยาลัยพิจารณาแล้วเห็นว่า คะแนนผลการเรียนยังอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอ มหาวิทยาลัยออสเตรเลียอาจจะให้นักเรียนต้องเรียนแยกมาเป็น Stage ในการเรียนเช่น  สมมุตต้องการเรียนปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยจะแยกให้นักเรียนดังนี้

Stage one: Diploma of Information Technology 4 เดือน

Stage two:  Diploma of Information Technology 12 เดือน

Course: Bachelor of Computing: 2 ปี

โดยรวมนักเรียนคนนั้นอาจจะจำเป็นต้องเรียนหลักสูตรปริญญาตรีทั้งหมด 3 ปี กับอีก 4 เดือนถึงจะจบหลักสูตร

ขั้นตอนการรับสมัคร

  1. นักเรียนจำเป็นต้องส่งผลการเรียนมัธยมศึกษาที่ 6 หรือเทียบเท่า
  2. ส่งผลสอบ IELTS ตามแต่ละคณะซึ่งส่วนใหญ่ระดับนี้ก็จะอยู่ระหว่าง IELTS 0-6.5
  3. เขียน Statement of Purpose (SOP) ประมาณ 300-500 คำ
  4. ในกรณีที่จบหลักสูตรนานาชาติอาจจำเป็นต้องแสดงผลสอบ SAT เป็นต้น

 

เรียนต่อปริญญาตรีเยอรมัน Bachelor Degree in Germany

     เรียนต่อประเทศเยอรมันถือว่าเป็นตัวเลือกที่ใหม่และอาจจะมีตัวเลือกไม่เยอะเท่าในหลาย ๆ ประเทศที่กล่าวมา อาจจะด้วยเหตุผลที่ว่าในประเทศเยอรมัน รัฐมีสวัสดิการให้คนในประเทศได้เล่าเรียนฟรี ซึ่งมหาวิทยาลัยในเยอรมันส่วนใหญ่ก็จะใช้ภาษาเยอรมันในการเรียนการสอนและให้ไว้สำหรับประชากรของคนในประเทศ แต่ในหลาย ๆ ที่ก็เปิดรับนักเรียนต่างชาติเข้าไปศึกษาได้เช่นกัน และมีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งนักเรียนก็สามารถเข้าไปศึกษาตามคณะวิชาที่สนใจได้

     การเรียนในระดับปริญญาตรีในเยอรมันจะใช้เวลาประมาณ 6-7 Semesters ประมาณ 3 ปี หรือ 3 .6 ปี าหากมีการฝึกงานระหว่างเรียน มหาวิทยาลัยอาจจะเปิดหลักสูตรเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนต่างชาติ เช่น ก่อนจะเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี นักเรียนอาจจะต้องเตรียมความพร้อมทักษะ เช่น Group work, Interactive sessions เพื่อทำความเข้าใจและคุ้นเคยก่อนที่จะเรียนปริญญาตรีในเยอรมันต่อไป

  • Pathway Programme Preparation Semester Bachelor: 2 semesters
  • Pre-Studies Preparation Course Bachelor: 3 months

ขั้นตอนการรับสมัคร

  1. นักเรียนจำเป็นต้องส่งผลการเรียนมัธยมศึกษาที่ 6 หรือเทียบเท่า
  2. ส่งผลสอบ IELTS ตามแต่ละคณะซึ่งส่วนใหญ่ระดับนี้ก็จะอยู่ระหว่าง IELTS 6.0-6.5
  3. เขียน Statement of Purpose (SOP) ประมาณ 300-500 คำ

เรียนต่อปริญญาตรีแคนาดา Bachelor Degree in Canada

     ระดับปริญญาตรีแคนาดา ก็จริง ๆ ถือเป็นตัวเลือกประเทศที่มีระบบการศึกษาที่แข็งแรงเลยทีเดียว ระยะเวลาในการศึกษาในระดับปริญญาตรี อยู่ที่ 48 เดือน หรือ 4 ปี ก็จะเหมือนในประเทศไทย

ขั้นตอนการรับสมัคร

  1. นักเรียนจำเป็นต้องส่งผลการเรียนมัธยมศึกษาที่ 6 หรือเทียบเท่า
  2. ส่งผลสอบ IELTS ตามแต่ละคณะซึ่งส่วนใหญ่ระดับนี้ก็จะอยู่ระหว่าง IELTS 6.0-6.5
  3. เขียน Statement of Purpose (SOP) ประมาณ 300-500 คำ
  4. ในกรณีที่จบหลักสูตรนานาชาติอาจจำเป็นต้องแสดงผลสอบ SAT เป็นต้น

The Lion Academy of International Studies

Lion Academy  คือศูนย์วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ เรียนต่ออังกฤษ เรียนต่ออเมริกา เรียนต่อออสเตรเลีย เรียนต่อนิวซีแลนด์ เรียนต่อแคนาดา หากมองหา ที่ปรีกษาในการเรียนต่อต่างประเทศ เราพร้อมให้คำปรึกษาฟรีทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกสถาบันการศึกษาที่เหมาะสมกับความต้องการ และความสามารถของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษาระยะสั้นไปจนถึงระดับปริญญาเพื่อต่อยอดอนาคตของท่าน

ฟรี! ให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศ แนะแนวทางการเรียนต่อต่างประเทศ  สนใจเรียนต่อต่างประเทศติดต่อมาที 

The Lion Academy เราพร้อมให้ข้อมูลคุณ หรือ ใส่ข้อมูลติดต่อเบื้องต้นเพียงเล็กน้อยที่ฟอร์มด้านล่าง เราจะรีบติดต่อกลับโดยเร็วทึ่สุด..

ช่องทางการติดต่อเพิ่มเติม

หรือลูกค้าสามารถติดต่อเราผ่านทาง LINE ID เพียงคลิ๊กที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยค่ะ...!

Tel. 02-074-9020 , Mobile 097-080-5659